Month: February 2023

  • #22 นักขุดหุ้นผู้ไร้ความมั่นใจ

    #22 นักขุดหุ้นผู้ไร้ความมั่นใจ

    นักลงทุนที่ผ่านด่านการเป็นนักขุดหุ้นมือ 2 แล้วจะเหลือด่านสุดท้ายที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าจะสามารถอยู่รอดในตลาดหุ้นในระยะยาวได้รึเปล่า

    นั่นคือการกล้าตัดสินใจซื้อได้ด้วยตัวเอง

    นักลงทุนหลายคนเมื่อสามารถขุดหุ้นเข้ามาอยู่ใน watchlist แล้วแต่กลับมีปัญหาคือไม่กล้าซื้อหุ้น หรือซื้อเป็นสัดส่วนที่ไม่มีนัยยะต่อ port

    วิธีการที่นักขุดหุ้นผู้ไร้ความมั่นใจมักจะใช้ในการซื้อหุ้นก็คือ เอาหุ้นที่ขุดได้ไปเสนอให้คนที่เก่งกว่า (ผมขอเรียกว่าคนฟันธง) ดูว่าน่าสนใจหรือไม่ ถ้าคนฟันธงเห็นด้วยถึงจะตัดสินใจซื้อหุ้นตัวนั้น

    อันที่จริงวิธีการนี้ก็ไม่ได้ผิดอะไร แต่มันจะสร้างความเข้าใจผิดบางอย่างให้กับตัวเอง คือการที่เราคิดว่าตัวเองเก่งเพราะเป็นคนขุดหุ้นตัวนั้นขึ้นมาได้

    ซึ่งความมั่นใจผิดๆแบบนี้จะส่งผลร้ายต่อการลงทุนของเราในระยะยาว

    เรื่องแรกเลยคือเราไม่รู้เลยว่าหุ้นที่เราขุดขึ้นมานั้นมันสามารถทำกำไรได้จริงรึเปล่า สมมุติว่าเราขุดหุ้นได้ 5 ตัวแต่ผ่านเกณฑ์ของคนฟันธงแค่ 1 ตัวเท่านั้น แปลว่าจริงๆหุ้นที่เราขุดมามีตัวที่มีศักยภาพแค่ 20% เท่านั้น

    2. เราจะขาดการพัฒนาเรื่องคุณภาพของ watchlist ไม่มีการปรับเกณฑ์การเอาหุ้นเข้ามาอยู่ใน watchlist เพราะเราไม่ได้มีสถิติที่แน่ชัดว่าการเลือกหุ้นของเรามีwin rate กี่ % จุดตัดสินใจที่ซื้อหุ้นตัวนี้อยู่ที่ไหน ราคาไหนคือราคาที่น่า bet เพราะการตัดสินใจเหล่านี้เป็นของคนฟันธง

    ความน่ากลัวที่สุดของการเป็นนักขุดหุ้นผู้ไร้ความมั่นใจคือการที่เราสามารถตกอยู่ในสภาวะแบบนี้โดยไม่รู้ตัวได้นานเป็น 10 ปี เพราะมีคนฟันธงคอยประคองเราอยู่ตลอดเวลา

    วิธีแก้ก็คือเราต้องหัดซื้อหุ้นด้วยตัวเองและเก็บสถิติการขุดหุ้นของเรา ข้อมูลที่เราควรเก็บคือ

    1. หุ้นเข้ามาใน watchlist เราด้วยเกณฑ์อะไร

    2. ทำไมเราเลือกซื้อหุ้นตัวนี้แทนที่จะเป็นตัวอื่นใน watchlist

    3. กำไรของงบที่ออกมา หรือแผนการเจริญเติบโตของบริษัทสามารถทำได้ตามที่เราคาดหรือไม่ เพราะอะไร และทำได้ตามกรอบเวลาที่เราสันนิษฐานไว้หรือไม่

    4. หลังจากที่เราซื้อหุ้นไป หุ้นใน watchlist ที่เราไม่ได้ซื้อเป็นยังไงบ้าง

    5. หุ้นที่เราซื้อวิ่งไปในราคาที่เราคาดการณ์ไว้หรือไม่

    เมื่อเรามีข้อมูลพวกนี้แล้วเราจะสามารถปรับปรุง watchlist และการซื้อของเราได้ ความมั่นใจในการซื้อหุ้นก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรากลายเป็นนักลงทุนอิสระที่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง

  • #21 นักลงทุนมือ2

    #21 นักลงทุนมือ2

    ปัญหาของนักลงทุนส่วนใหญ่โดยเฉพาะสาย fundamental คือ หลังจากที่เริ่มมีความรู้ในเรื่องกิจการและตัวเลขต่างๆจนสามารถวิเคราะห์หุ้นได้ด้วยตัวเองแล้ว แต่กลับมีปัญหาตามมาคือไม่สามารถหาหุ้นที่น่าสนใจมาเล่นได้ด้วยตัวเอง

    สถานการณ์ทั่วไปของนักลงทุนมือ 2 คือต้องรอให้มีคนขุดหุ้นมานำเสนอหรือไปเอาชื่อหุ้นมาจากเซียนเพื่อทำการบ้านต่อว่าควรเล่นที่ราคาไหน

    ปัญหานี้โดยมากเกิดจากการที่นักลงทุนมือ 2 เข้าใจ business model และเข้าใจพื้นฐานเชิงคุณภาพแต่ไม่เข้าใจจุดสำคัญของประเด็นการลงทุน

    นักลงทุนมือ 2 ส่วนใหญ่จะมีความรู้เรื่องปัจจัยเชิงคุณภาพของบริษัท เข้าใจว่า growth ของบริษัทเกิดขึ้นจากอะไร บริษัทจะขยายไปในแนวทางไหนต่อ หรือความเสี่ยงของบริษัทคืออะไร

    แต่สิ่งที่นักลงทุนมือ 2 ไม่เข้าใจคือประเด็นการลงทุนอย่างถ่องแท้ หรือไม่สามารถเห็นประเด็นการลงทุนเป็นภาพได้

    สาย techninal จะมีปัญหาเรื่องการหาหุ้นมาเล่นน้อยกว่า เพราะทุกอย่างเห็นเป็นภาพได้ง่าย คือหุ้นทรงนี้แสดงความแข็งแกร่งแบบนี้จะถูกจับเข้า watchlist เมื่อมี setup แบบนี้จึงเข้าเทรด

    แต่พอเปลี่ยนมาเป็น fundamental ภาพพวกนี้จะถูกกลบด้วยปัจจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งบางครั้งก็นามธรรมเกินไป เราสามารถทำให้ภาพการลงทุนชัดขึ้นจากการสังเกตุตัวเลขบางตัว เช่น

    ประเด็นหุุ้นตัวนี้ถูกเกินไป

    นักลงทุนมือ 2 จะแทบหาหุ้นที่เล่นเรื่องนี้แทบไม่ได้ หรือถ้าหาได้ก็มักจะได้ผลตอบแทนที่ไม่ค่อยดี เพราะนักลงทุนมือ 2 มักจะมองประเด็นนี้โดยเทียบ market cap หรือ replacement cost

    แต่สิ่งที่ตลาดมองว่าจะเล่นหุ้นที่ถูกเกินไปเมื่อไหร่คือการถูก Unlock การเติบโต

    เช่น หุ้น A เป็นหุ้นที่ถูกเทรดต่ำกว่า book value มาโดยตลอด คนทั่วไปจะเข้าใจว่าการที่หุ้นเทรดต่ำกว่า book คือหุ้นที่ถูก แต่ถ้าไปดูใส้ในจะเห็นว่าบริษัทมีการขาดทุนอยู่แต่เป็นการขาดทุนจากค่าเสื่อม แต่ค่าเสื่อมตัวนี้ใกล้จะหมดลงแล้ว ซึ่งตรงจุดนี้คือตัว Unlock มูลค่าของบริษัท เราจึงควรไปดูว่าค่าเสื่อมตัวนี้จะหมดลงเมื่อไหร่ถึงเข้าไปลงทุน

    ประเด็น growth

    นักลงทุนมือ 2 มักไม่เข้าใจว่าภาพรวมของ growth คืออะไร และมีอะไรเป็นตัวเร่ง growth จะเห็นได้ว่าเมื่อทำ watchlist หลังงบออก นักลงทุนมือ 2 จะมีหุ้นใน watchlist เยอะมาก

    เพราะบริษัทส่วนใหญ่ก็มักจะโต YoY อยู่แล้ว แต่นักลงทุนมือ 2 ไม่เข้าใจว่าหุ้นที่จะวิ่งได้แรงๆนอกจากจะมีการเติบโต YoY ในระดับที่เกิน 30% แล้ว ควรมีอัตราการเติบโต QoQ ที่สูงด้วย (หรือถ้าหุ้นมี seasonal ก็ควรเป็นการเติบโต YoY ที่ก้าวกระโดดทุก Q)

    ถ้าเราเข้าใจว่าภาพของการ Growth ไม่ใช่แค่การที่หุ้นเติบโตระดับ 10-15% YoY แต่ต้องเป็นโตระดับ 30-100%+YoY เราก็จะสามารถลดจำนวนหุ้นใน watchlist ลงได้เยอะ ทำให้มีเวลามาดูว่ากำไรหุ้นที่โตขึ้นมานั้น เกิดจากอะไร ตัวเร่งนี้จะอยู่ต่อไปนานมั้ย และอัตราเร่งของกำไรขนาดนี้สามารถทำให้ PE ลดลงได้อย่างรวดเร็วหรือเปล่า

    ถ้าเราพยายามทำความเข้าใจเรื่องจุดสำคัญของการลงทุนแล้ว จะทำให้เราหลุดออกจากสภาพนักลงทุนมือ 2 และสามารถหาหุ้นที่น่าสนใจมาเล่นได้เองครับ