ด้วยความที่ไทยเป็นประเทศที่มีค่าแรงที่ถูก และอยู่ในภูมิประเทศที่อยู่ตรง
กลางของอาเซียน ทำให้หลายๆบริษัทเลือกไทยเป็นฐานการผลิต ดังนั้น
ธุรกิจ OEM หรือโรงงานจึงมีมากในตลาดหุ้น
ถึงแม้ว่าหุ้นพวกนี้จะไม่มี DCA มากนักจึงไม่ค่อยเหมาะกับการลงทุนระยะ
ยาว แต่หุ้นพวกนี้ก็มีเวลาทองของกิจการ ที่สามารถให้ผลตอบแทนกับนัก
ลงทุนได้มากทีเดียว
…………………………………………………………………………………………………………………….
จุดสังเกตหลักๆสำหรับการดูหุ้นโรงงานประกอบด้วย
- สินค้าที่ผลิต
สินค้าที่ผลิตถ้ามีความเฉพาะทางจะดีกว่าสินค้าทั่วไป ด้วยความที่เป็น
สินค้าเฉพาะทางทำให้โรงงานต้องใช้เทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าธรรมดา และ
จะมีอำนาจต่อรองกับคู่ค้าด้วย เพราะผู้ที่จ้างผลิตจะไม่สามารถย้ายโรงงาน
ได้ง่าย ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรที่สูงกว่า
เช่น บริษัทที่ผลิตสารเคมีหรือส่วนผสมอาหารเฉพาะทางจะมีอัตรากำไร
มากกว่าบริษัทที่ผลิตสารเคมีทั่วไป เพราะมีการคิดค้นสูตรร่วมกับ brand ที่
จ้างผลิต ทำให้การย้ายโรงงานเป็นไปได้ยาก และตัวโรงงานก็จะเติบโต
ตามยอดขายของ brand สินค้าด้วย
โดยมากแล้วบริษัทที่ผลิตสินค้าเฉพาะทางจะมีช่วงของการเติบโตยาวนาน
กว่าบริษัทที่ผลิตสินค้าทั่วไป
…………………………………………………………………………………………………………………….
- ต้นทุนการผลิต
โรงงานที่มีต้นทุนการผลิตที่มีความผันผวนมากย่อมคาดการกำไรได้ยาก
กว่าโรงงานที่มีต้นทุนการผลิตผันผวนน้อย
อย่างเช่นการคาดการกำไรของโรงงานน้ำตาลนั้นยากกว่าการคาดการ
โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ แต่บางครั้งเราสามารถใช้ประโยชน์จากการลด
ของต้นทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นได้
เช่น การลดลงอย่างรุนแรงของราคาทองแดงส่งผลต่อกำไรของโรงงาน
ผลิตชิ้นส่วนอิเลกทรอนิค หรือspradeของสารเคมีส่งผลต่อกำไรของ
โรงงานผลิตฟิล์ม
การติดตามต้นทุนของอุตสาหกรรมต่างๆอยู่ตลอดเวลาทำให้เราสามารถหา
โอกาสทำกำไรจากราคาต้นทุนสินค้าได้
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. กำลังการผลิตและจุด breakeven
ตัวโรงงานนั้นจะมีกำลังการผลิตเหลือมากไปก็ไม่ดี เหลือน้อยไปก็ไม่ดี
เพราะถ้ากำลังการผลิตเหลือมากไปแล้วยังไม่ครอบคุมค่าต้นทุนจะทำให้
บริษัทต้องรับขาดทุนจากสายการผลิตนั้นๆ
โดยมากการขาดทุนพวกนี้มักเกิดจากการที่เพิ่งติดตั้งเครื่องจักรใหม่แต่ไม่
สามารถหาลูกค้ามาใส่ในไลน์การผลิตได้ทัน ในทางกลับกันถ้ากำลังการ
ผลิตใกล้เต็มแล้ว แต่โรงงานไม่ขยายกำลังการผลิต ลูกค้าก็ไม่ค่อยมีใคร
อยากจ้าง เพราะถ้ากำลังการผลิตเต็มแต่สินค้าขายดีก็จะมีปัญหาการผลิต
สินค้าไม่ทัน
ความเสี่ยงอีกอย่างของการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ก็คือการติดตั้ง
และtestเครื่องจักร บางครั้งกว่าจะติดตั้งให้เครื่องจักรทำงานได้ตามที่
ต้องการอาจใช้เวลาเป็นเดือน ส่งผลให้กำไรในไตรมาสนั้นๆลดลง
ดังนั้นกำลังการผลิตควรbreakeven ซึ่งจริงๆแล้วความน่าสนใจของหุ้น
โรงงานอยู่ที่จุดbrekevenนี่แหละ เพราะถ้าผ่านจุดbreakevenแล้ว กำไร
ของโรงงานจะกระโดดไปได้เยอะมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นไปได้ไกลด้วย
เคสของการติดตั้งและขยายกำลังการผลิตเครื่องจักรที่เห็นได้ชัดคือXOใน
ช่วงปี60ที่มีการย้ายโรงงานใหม่และเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้กำไรบริษัท
ดรอปลง แต่จะเห็นได้ว่าพอผ่านจดนั้นไปได้กำไรของ XO เติบโตขึ้นอย่าง
มากและได้อานิสงค์จากการล็อคราคาต้นทุนวัตถุดิบ ให้กำไร
ของ XO กระโดดขึ้นจาก 2 ปัจจัย และหุ้นสามารถขึ้นได้หลายเด้ง
…………………………………………………………………………………………………………………….
3. คุณภาพเครื่องจักร
คุณภาพเครื่องจักรเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของหุ้นโรงงาน ถ้า
เครื่องจักรเก่าและไม่มีประสิทธิภาพของที่ผลิตก็จะมีส่วนที่เสียเยอะตามไป
ด้วย โรงงานที่ขาดทุนจากคุณภาพของเครื่องจักรและสามารถปรับปรุง
คุณภาพเครื่องจักรขึ้นมาได้จะสามารถทำให้กำไรเติบโตขึ้นมาได้เป็นอย่าง
มาก
กรณีนี้เห็นได้จาก KCE ช่วง ปี 50 ที่เครื่องจักรมีการผลิตสินค้าเสียหายเป็น
จำนวนมาก KCE แก้ด้วยการปรับปรุงเครื่องจักรและใช้ระบบSAPเข้ามาลด
ของเสีย ทำให้ KCE กลับมากำไรโตและกลายเป็นหุ้น 10 เด้ง ในรอบที่ 1
…………………………………………………………………………………………………………………….
3 อย่างนี้เป็นจุดสังเกตเบื้องต้นที่จะทำให้เราติดตามหุ้นโรงงานได้ง่ายขึ้น
แต่ภาพใหญ่ของหุ้นโรงงานคือโรงงานต้องผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการของ
ตลาด เพื่อที่จะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโดยรวมได้ และเมื่อมีปัจจัย
เสริม3อย่างข้างต้นเป็นตัวผลักดัน จะทำให้กำไรของบริษัทเกิดการจุด
ระเบิดและผลักดันให้ราคาหุ้นสามารถวิ่งไปได้ไกล