#3 วิธีดูหุ้นโรงงาน

Inspired? Share the vibe!

ด้วยความที่ไทยเป็นประเทศที่มีค่าแรงที่ถูก และอยู่ในภูมิประเทศที่อยู่ตรง

กลางของอาเซียน ทำให้หลายๆบริษัทเลือกไทยเป็นฐานการผลิต ดังนั้น

ธุรกิจ OEM หรือโรงงานจึงมีมากในตลาดหุ้น

ถึงแม้ว่าหุ้นพวกนี้จะไม่มี DCA มากนักจึงไม่ค่อยเหมาะกับการลงทุนระยะ

ยาว แต่หุ้นพวกนี้ก็มีเวลาทองของกิจการ ที่สามารถให้ผลตอบแทนกับนัก

ลงทุนได้มากทีเดียว

…………………………………………………………………………………………………………………….

จุดสังเกตหลักๆสำหรับการดูหุ้นโรงงานประกอบด้วย

  1. สินค้าที่ผลิต

สินค้าที่ผลิตถ้ามีความเฉพาะทางจะดีกว่าสินค้าทั่วไป ด้วยความที่เป็น

สินค้าเฉพาะทางทำให้โรงงานต้องใช้เทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าธรรมดา และ

จะมีอำนาจต่อรองกับคู่ค้าด้วย เพราะผู้ที่จ้างผลิตจะไม่สามารถย้ายโรงงาน

ได้ง่าย ส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรที่สูงกว่า

เช่น บริษัทที่ผลิตสารเคมีหรือส่วนผสมอาหารเฉพาะทางจะมีอัตรากำไร

มากกว่าบริษัทที่ผลิตสารเคมีทั่วไป เพราะมีการคิดค้นสูตรร่วมกับ brand ที่

จ้างผลิต ทำให้การย้ายโรงงานเป็นไปได้ยาก และตัวโรงงานก็จะเติบโต

ตามยอดขายของ brand สินค้าด้วย

โดยมากแล้วบริษัทที่ผลิตสินค้าเฉพาะทางจะมีช่วงของการเติบโตยาวนาน

กว่าบริษัทที่ผลิตสินค้าทั่วไป

…………………………………………………………………………………………………………………….

  1. ต้นทุนการผลิต

โรงงานที่มีต้นทุนการผลิตที่มีความผันผวนมากย่อมคาดการกำไรได้ยาก

กว่าโรงงานที่มีต้นทุนการผลิตผันผวนน้อย

อย่างเช่นการคาดการกำไรของโรงงานน้ำตาลนั้นยากกว่าการคาดการ

โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ แต่บางครั้งเราสามารถใช้ประโยชน์จากการลด

ของต้นทุนเพื่อเก็งกำไรระยะสั้นได้

เช่น การลดลงอย่างรุนแรงของราคาทองแดงส่งผลต่อกำไรของโรงงาน

ผลิตชิ้นส่วนอิเลกทรอนิค หรือspradeของสารเคมีส่งผลต่อกำไรของ

โรงงานผลิตฟิล์ม

การติดตามต้นทุนของอุตสาหกรรมต่างๆอยู่ตลอดเวลาทำให้เราสามารถหา

โอกาสทำกำไรจากราคาต้นทุนสินค้าได้

…………………………………………………………………………………………………………………….

2. กำลังการผลิตและจุด breakeven

ตัวโรงงานนั้นจะมีกำลังการผลิตเหลือมากไปก็ไม่ดี เหลือน้อยไปก็ไม่ดี

เพราะถ้ากำลังการผลิตเหลือมากไปแล้วยังไม่ครอบคุมค่าต้นทุนจะทำให้

บริษัทต้องรับขาดทุนจากสายการผลิตนั้นๆ

โดยมากการขาดทุนพวกนี้มักเกิดจากการที่เพิ่งติดตั้งเครื่องจักรใหม่แต่ไม่

สามารถหาลูกค้ามาใส่ในไลน์การผลิตได้ทัน ในทางกลับกันถ้ากำลังการ

ผลิตใกล้เต็มแล้ว แต่โรงงานไม่ขยายกำลังการผลิต ลูกค้าก็ไม่ค่อยมีใคร

อยากจ้าง เพราะถ้ากำลังการผลิตเต็มแต่สินค้าขายดีก็จะมีปัญหาการผลิต

สินค้าไม่ทัน

ความเสี่ยงอีกอย่างของการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ก็คือการติดตั้ง

และtestเครื่องจักร บางครั้งกว่าจะติดตั้งให้เครื่องจักรทำงานได้ตามที่

ต้องการอาจใช้เวลาเป็นเดือน ส่งผลให้กำไรในไตรมาสนั้นๆลดลง

ดังนั้นกำลังการผลิตควรbreakeven ซึ่งจริงๆแล้วความน่าสนใจของหุ้น

โรงงานอยู่ที่จุดbrekevenนี่แหละ เพราะถ้าผ่านจุดbreakevenแล้ว กำไร

ของโรงงานจะกระโดดไปได้เยอะมาก ส่งผลให้ราคาหุ้นไปได้ไกลด้วย

เคสของการติดตั้งและขยายกำลังการผลิตเครื่องจักรที่เห็นได้ชัดคือXOใน

ช่วงปี60ที่มีการย้ายโรงงานใหม่และเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้กำไรบริษัท

ดรอปลง แต่จะเห็นได้ว่าพอผ่านจดนั้นไปได้กำไรของ XO เติบโตขึ้นอย่าง

มากและได้อานิสงค์จากการล็อคราคาต้นทุนวัตถุดิบ ให้กำไร

ของ XO กระโดดขึ้นจาก 2 ปัจจัย และหุ้นสามารถขึ้นได้หลายเด้ง

…………………………………………………………………………………………………………………….

3. คุณภาพเครื่องจักร

คุณภาพเครื่องจักรเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของหุ้นโรงงาน ถ้า

เครื่องจักรเก่าและไม่มีประสิทธิภาพของที่ผลิตก็จะมีส่วนที่เสียเยอะตามไป

ด้วย โรงงานที่ขาดทุนจากคุณภาพของเครื่องจักรและสามารถปรับปรุง

คุณภาพเครื่องจักรขึ้นมาได้จะสามารถทำให้กำไรเติบโตขึ้นมาได้เป็นอย่าง

มาก

กรณีนี้เห็นได้จาก KCE ช่วง ปี 50 ที่เครื่องจักรมีการผลิตสินค้าเสียหายเป็น

จำนวนมาก KCE แก้ด้วยการปรับปรุงเครื่องจักรและใช้ระบบSAPเข้ามาลด

ของเสีย ทำให้ KCE กลับมากำไรโตและกลายเป็นหุ้น 10 เด้ง ในรอบที่ 1

…………………………………………………………………………………………………………………….

3 อย่างนี้เป็นจุดสังเกตเบื้องต้นที่จะทำให้เราติดตามหุ้นโรงงานได้ง่ายขึ้น

แต่ภาพใหญ่ของหุ้นโรงงานคือโรงงานต้องผลิตสินค้าที่เป็นที่ต้องการของ

ตลาด เพื่อที่จะเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจโดยรวมได้ และเมื่อมีปัจจัย

เสริม3อย่างข้างต้นเป็นตัวผลักดัน จะทำให้กำไรของบริษัทเกิดการจุด

ระเบิดและผลักดันให้ราคาหุ้นสามารถวิ่งไปได้ไกล