เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์หลายคนพูดว่า การshotหุ้นนั้นยากกว่าการlong 3 เท่า เพราะปกติแล้วรอบขาขึ้นมักจะยาวนานกว่าขาลงและเป็นการขึ้นแบบค่อยๆค่อยๆไป แต่การลงโดยมากจะเป็การลงแบบcollapse คือลงแรงและตามมาด้วยการreboundแบบรวดเร็ว ทำให้การshortต้องอาศัยการจับจังหวะมากกว่าการlongมาก
ส่วนตัวแล้วผมไม่เคยเล่นฝั่งshortเลย แต่ก็คิดว่าควรศึกษาไว้ เพื่อที่จะเข้าใจว่าคนที่อยู่ในอีกฝั่งของการเล่นมองหุ้นยังไง จะได้ใช้เป็นแนวทางในการtake profitและปกป้องความเสี่ยง
dana galante และ ahmet okmus ซึ่งเป็นmarket wizard ที่เน้นไปในแนวทางการshortหุ้น มีเกณฑ์ใหการเลือกหุ้นที่จะshortที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะข้อสังเกตของ dana galante ในการ short หุ้นด้วยการใช้ relative strength
dana galante ให้ข้อสังเกตว่า ในตอนแรกกองทุนที่เธอทำงานอยู่ใช้วิธีการlongหุ้นที่มีค่าRSสูง และshortหุ้นที่มีRSต่ำ ซึ่งดูเผินๆแล้วน่าจะได้ผล เพราะหุ้นที่RSต่ำนั้นจะมีลักษณะlaggard
แต่กลายเป็นว่าหุ้นที่RSต่ำนั้นโดยมากจะลงมาเยอะจะกลายเป็นหุ้นที่ถูก(มีลักษณะของvalue stock) ทำให้การshortไม่ได้ผล และdana galanteก็ไม่ได้เลือกshortหุ้นที่งบการเงินแสดงการลดลงของกำไรด้วย
หุ้นที่เป็นเป้าหมายในการshortของdana galanteจึงเป็นหุ้นที่RSสูงและมีกำไรเติบโต แต่มีแนวโน้วว่ากำไรในอนาคตจะลดลง โดยมีจุดสังเกตดังนี้
1.ต้นทุนกำลังจะสูงขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาน้ำมัน
2.ยังมีการเติบโตของรายได้แต่เริ่มลดลง และกำไรโตจากการลดค่าใช้จ่าย
3.กำไรของบริษัทยังดีมาก แต่เริ่มเห็นว่ามีคู่แข่งไล่ตามมาติดๆ
4.บริษัทเปลี่ยนแปลงธุรกิจ จากธุรกิจที่เคยทำไปทำธุรกิจที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในขณะนั้น
5.มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารบ่อยๆ โดยเฉพาะฝ่ายการเงิน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้สอบบัญชี
6.มียอดลูกหนี้การค้าสูงขึ้นมากๆ
7.บริษัทมีสินค้าชนิดเดียว บริษัทแบบนี้ถ้าสินค้าไม่เวิร์คหรือทำการตลาดผิดพลาด โอกาสที่จะเกิดการขาดทุนครั้งใหญ่มีสูง
ahmet okmus นั้นนอกจากมองปัจจัยที่บริษัทจะเกิดการลดลงของกำไรและราคาหุ้นที่วิ่งจนแพงมากๆแล้ว เขายังมองหาตัวเร่งที่จะทำให้กำไรลดลง หรือทำให้ตลาดเกินการปรับPEด้วย
เพราะตอนที่หุ้นวิ่งขึ้น แม้ว่าจะแพงมากแล้วแต่ถ้าไม่เกินการเปลี่ยนแปลงทางพื้นฐาน คนก็ยังจะมองหุ้นในแง่ดีและเข้าไปซื้อเรื่อยๆ การที่รอจนเห็นตัวเร่งและมีการเปลี่ยนแปลงทางพื้นฐานจึงปลอดภัยกว่าการที่เข้าshortเพราะเห็นว่าหุ้นแพงเพียงอย่างเดียว
ทั้งหมดนี้คือข้อสังเกตที่เราต้องเอาไปพิจารณาว่าหุ้นที่เราถือเริ่มมีสัญญาณของการขายหรือยัง เพื่อจัดการความเสี่ยงและลดdrawdownให้กับportfolioของเราครับ
