SET ปิดวันแรกของปี 1678.97 // 31 มี.ค. 1609.17 SET ลงมาประมาณ 70 จุด (-0.04%)
มี Distribution Days 18 วัน จาก 62 วันที่มีการเทรด (29%)
จะเห็นได้ว่า Q1 ที่ผ่านมามีความยากพอสมควร คิดเฉลี่ยแล้วทุก3วันจะมีวันที่หุ้นลงหนักๆพร้อม volume 1 วัน
ทำให้หุ้นส่วนใหญ่โดนกดและวิ่งไปไม่ได้ไกล
มีหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้น 214 ตัว จาก 832 ตัว (25%)
มีหุ้นที่ราคาปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% 43 ตัว (5%)
หุ้นที่ขึ้นมาเยอะ 20 อันดับแรก (ถึงวันที่ 7 มี.ค. 66) คือ
1. SKY +114%
2. READY +100% (IPO 22 กพ 66)
3. SFP +90% (ไม่มีสภาพคล่อง)
4. KJL +87%
5. BVG +80% (IPO 16 กพ 66)
6. MASTER +67% (IPO 24 มค 66)
8. MTW +70% (IPO 2 ธค 65)
9. TRUE +68%
10. SISB +55%
11. ARIP +51%
12. PPS +50%
13. M-CHAI +47% (ไม่มีสภาพคล่อง)
14. WARRIX +46% (IPO 20 ธค 65)
15. WAVE +46%
16. YONG +43%
17. PRI +40% (IPO 29 พย 65)
18. MOSHI +39% (IPO 21 ธค 65)
19. GLORY +38% (earning spike)
20. TCCC +37% (ไม่มีสภาพคล่อง)
ตัวที่ขึ้นเยอะถึงตอนนี้ 7 จาก 20 ตัวเป็นหุ้นที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน และโดยมากขึ้นแรงในวัน IPO หุ้นที่มี base เกิน 2 weeks และ +20% หลังจากทำ base มีทั้งหมด 6 ตัว คือ KJL MTW SISB ARIP PRI MOSHI
ส่วนตัวคิดว่า Q นี้เป็น Q ที่ค่อนข้างยากสำหรับ swing trader เพราะหุ้นที่ขึ้นเยอะๆมีน้อยมาก และตลาดก็shakeตลอดเวลา เป็นช่วงวัดฝีมือว่าใครจะสามารถเก็บกำไรที่ได้มาจากรอบก่อนได้มากกว่ากัน เพราะถ้าเทรดมั่วก็มีโอกาสโดนกิน SLไปเรื่อยๆ
ถ้านับจากปีก่อนจนถึงตอนนี้เราอยู่ใน mode hard penny มาประมาณ 18 เดือนแล้ว ก็หวังว่าตลาดขาลงน่าจะใกล้จบ และหวังว่างบ Q1 จะออกมาดีพอที่จะดันตลาดไปได้ครับ
