#38 ต้องรอSETลงถึงเท่าไรถึงจะเข้าซื้อหุ้น?

Inspired? Share the vibe!

สำหรับคนทั่วไปอาจมองหาว่าหุ้นลงไปเท่าไหร่ถึงน่าซื้อ

แต่นั่นไม่ใช่คำถามสำคัญสำหรับ Momentum Trader

.

ช่วงหลายเดือนมานี้ (จริงๆ ก็เป็นปี)

SET ลงมาเยอะมาก

ตอนนี้หลายคนในฟีดเริ่มโพสต์ว่า

“โอกาสมาแล้ว”

หรือ “หุ้นถูกมาก เป็นโอกาสในรอบหลายปี”

.

แต่ในมุมของ Momentum Trader

คำถามจริง ๆ อาจไม่ใช่

“มันลงไปกี่จุดแล้ว?”

แต่คือ

“มันถึงเวลาหรือยัง?”

“แล้วจะเข้ายังไงให้คุ้ม Risk Reward Ratio?”

.

เพราะเราไม่ซื้อหุ้นแค่เพราะมัน “ถูก”

เราซื้อเมื่อ Momentum ยังดีอยู่

และจังหวะที่เราซื้อ

ต้องมี Risk/Reward ที่คุ้มค่าด้วย

.

ถ้างั้นเราจะรู้ได้ยังไงว่า Momentum ยังดีอยู่?

ต้องบอกตรง ๆ ว่านี่แหละคือ

คำถามใหญ่ของสาย Momentum

เพราะ Momentum มันไม่ได้เขียนไว้ในงบดุล

ไม่ได้บอกอยู่ในค่า PE

แต่มันแฝงอยู่ใน

“พฤติกรรมของราคา” กับ “บริบทของเทรนด์”

.

มีช่วงหนึ่งที่ผมก็เคยสับสนอยู่เหมือนกัน

เพราะหุ้นบางตัวทำsetupดูดีมาก

แต่พอเข้าไปแล้วกลับไม่มีแรงส่ง

หรือบางทีก็เลือกหุ้น winner stock ผิดตัว

เวลาหุ้นมี setup โผล่มาพร้อมกันหลายตัว

ทำให้เราพลาดตัวที่เป็น big winner ไป

.

พอเจอแบบนี้บ่อย ๆ ก็เริ่มเรียนรู้ว่า

หุ้นที่ดูดี ต้องไม่ดูดีแค่ตัวเดียว

แต่มันต้องมีแรงส่งจาก “ทั้งกลุ่ม”

เพราะหุ้นเดี่ยวอาจไปได้

แต่ หุ้นกลุ่มมักไปได้ไกลกว่า

.

ผมเลยเริ่มใช้วิธี “ดู sector” ควบคู่กับตัวหุ้น

ถ้าหุ้นในกลุ่มเดียวกันหลายตัวทำ New High พร้อมกัน

นั่นแปลว่า

ตลาดไม่ได้แค่เชียร์ตัวใดตัวหนึ่ง

แต่มองว่าทั้งกลุ่ม “เหมาะกับตอนนี้”

.

เช่นช่วงกลางปี 2020

หลังตลาดเริ่มฟื้นจาก COVID

ผมจำได้ว่า

Chipotle, Domino, McDonald

วิ่งพร้อมกันแบบต่อเนื่องมาก

.

ไม่ใช่เพราะแต่ละบริษัทเก่งขึ้นทันที

แต่เพราะ “ทั้งกลุ่ม QSR”

ถูกมองใหม่ว่า เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคหลังโควิด

คนไม่อยากนั่งร้านนาน

ไม่อยากแตะโต๊ะใคร

และมีแรงฟื้นจากคนที่ “อยากใช้เงินหลังถูกกักตัว”

.

ลองดูตัวเลขกำไร:

📌 McDonald

2019: $6.03B

2020: $4.73B

2021: $7.55B → โต +59%

📌 Chipotle

2019: $350M

2020: $355M

2021: $652M → โต +83%

📌 Domino

2019: $400M

2020: $491M

2021: $510M → โต +3%

(เพราะฐานปี 2020 สูงกว่าคนอื่นมาก — COVID ทำให้พิซซ่าส่งถึงบ้านง่ายกว่า?)

.

ที่สำคัญคือ

หุ้นพวกนี้ทำ New High ก่อน Index

เพราะ “ทั้งกลุ่ม QSR”

ถูก Re-rate PE ใหม่ว่าเหมาะกับชีวิตแบบ New Normal

และ “กำไรที่ฟื้นพร้อมกัน”

ก็เป็นตัวสนับสนุน Narrative นี้ได้อย่างชัดเจน

.

นี่คือ Momentum ที่มาจาก “ภาพใหญ่ของทั้งกลุ่ม”

ซึ่งเราในฐานะ Momentum Trader ต้องมองหาให้เจอ

.

เพราะสุดท้ายแล้ว

มันไม่เกี่ยวเลยว่า SET จะลงไปขนาดไหน

หรือขึ้นมาเท่าไหร่

อีกสาเหตุที่เราไม่โฟกัสว่า Index จะลงไปเท่าไหร่

เพราะ…

เรา “ควบคุม Index ไม่ได้”

แต่เรา “ควบคุมจังหวะของตัวเอง” ได้

.

ทุกครั้งที่ตลาดผันผวน

สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ คือภาพใหญ่

แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ…

“เลือกอยู่ในจังหวะที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุด (Entry point ที่มี Risk/Reward Ratio เพียงพอ) เท่าที่ตลาดมีให้”

.

ซึ่งบางครั้ง

เราก็ต้องกล้า “ไม่ทำอะไรเลย”

และทนถือเงินสดไว้

ไม่ใช่เพราะกลัว

แต่เพราะ…

“เราต้องเชื่อในกลยุทธ์ของตัวเอง”

.

เหมือนที่เคยถามไว้ในโพสต์ก่อนว่า

ถ้าพรุ่งนี้ SET ร่วงอีก -10 จุด

คุณมีแผนไว้แล้วหรือยัง?

หรือจะต้องรอให้ใครสักคนมาบอกว่า…

“นี่แหละ ถึงเวลาแล้ว”

.

สำหรับผม

จังหวะการซื้อหุ้นที่ดี

ไม่ใช่แค่ราคาถูก (ไม่ว่าจะในเชิง Price หรือ Value)

หรือแค่มี Setup สวย ๆ

แต่ต้องมี Momentum ที่มีแรงหนุนจากทั้งกลุ่ม

.

เพราะถ้ากำไรของบริษัทหลาย ๆ ตัว

มาพร้อมกันทั้ง Sector

นั่นแปลว่าอุตสาหกรรมหรือธุรกิจนั้น

อยู่ในจุดได้เปรียบจริง

.

ต่อให้มันเป็นโอกาสแบบชั่วคราว

ตลาดก็มัก Re-rate ให้ PE สูงขึ้นตาม

ส่งผลให้ Momentum วิ่งต่อได้แรงและไกล

.

แต่ถ้าหุ้นดีอยู่ตัวเดียวในกลุ่ม

มันอาจไม่ได้หมายถึงภาพบวกของทั้งอุตสาหกรรม

แต่มันอาจหมายถึง…

การแข่งขันใน Red Ocean

ตัวเดียวที่โต

เพราะมันแย่งส่วนแบ่งจากตัวอื่นได้ แค่นั้นเอง

.

📣

ใครมีวิธีหรือประสบการณ์

ในการดู Momentum หรือ Sector Rotation ในแบบของตัวเองบ้าง?

มาแชร์กันได้นะครับ

เผื่อจะได้มุมมองใหม่ ๆ

เพื่อพัฒนาการดู Sector Rotation ให้แหลมคมยิ่งขึ้นครับ