สำหรับคนทั่วไปอาจมองหาว่าหุ้นลงไปเท่าไหร่ถึงน่าซื้อ
แต่นั่นไม่ใช่คำถามสำคัญสำหรับ Momentum Trader
.
ช่วงหลายเดือนมานี้ (จริงๆ ก็เป็นปี)
SET ลงมาเยอะมาก
ตอนนี้หลายคนในฟีดเริ่มโพสต์ว่า
“โอกาสมาแล้ว”
หรือ “หุ้นถูกมาก เป็นโอกาสในรอบหลายปี”
.
แต่ในมุมของ Momentum Trader
คำถามจริง ๆ อาจไม่ใช่
“มันลงไปกี่จุดแล้ว?”
แต่คือ
“มันถึงเวลาหรือยัง?”
“แล้วจะเข้ายังไงให้คุ้ม Risk Reward Ratio?”
.
เพราะเราไม่ซื้อหุ้นแค่เพราะมัน “ถูก”
เราซื้อเมื่อ Momentum ยังดีอยู่
และจังหวะที่เราซื้อ
ต้องมี Risk/Reward ที่คุ้มค่าด้วย
.
ถ้างั้นเราจะรู้ได้ยังไงว่า Momentum ยังดีอยู่?
ต้องบอกตรง ๆ ว่านี่แหละคือ
คำถามใหญ่ของสาย Momentum
เพราะ Momentum มันไม่ได้เขียนไว้ในงบดุล
ไม่ได้บอกอยู่ในค่า PE
แต่มันแฝงอยู่ใน
“พฤติกรรมของราคา” กับ “บริบทของเทรนด์”
.
มีช่วงหนึ่งที่ผมก็เคยสับสนอยู่เหมือนกัน
เพราะหุ้นบางตัวทำsetupดูดีมาก
แต่พอเข้าไปแล้วกลับไม่มีแรงส่ง
หรือบางทีก็เลือกหุ้น winner stock ผิดตัว
เวลาหุ้นมี setup โผล่มาพร้อมกันหลายตัว
ทำให้เราพลาดตัวที่เป็น big winner ไป
.
พอเจอแบบนี้บ่อย ๆ ก็เริ่มเรียนรู้ว่า
หุ้นที่ดูดี ต้องไม่ดูดีแค่ตัวเดียว
แต่มันต้องมีแรงส่งจาก “ทั้งกลุ่ม”
เพราะหุ้นเดี่ยวอาจไปได้
แต่ หุ้นกลุ่มมักไปได้ไกลกว่า
.
ผมเลยเริ่มใช้วิธี “ดู sector” ควบคู่กับตัวหุ้น
ถ้าหุ้นในกลุ่มเดียวกันหลายตัวทำ New High พร้อมกัน
นั่นแปลว่า
ตลาดไม่ได้แค่เชียร์ตัวใดตัวหนึ่ง
แต่มองว่าทั้งกลุ่ม “เหมาะกับตอนนี้”
.
เช่นช่วงกลางปี 2020
หลังตลาดเริ่มฟื้นจาก COVID
ผมจำได้ว่า
Chipotle, Domino, McDonald
วิ่งพร้อมกันแบบต่อเนื่องมาก
.
ไม่ใช่เพราะแต่ละบริษัทเก่งขึ้นทันที
แต่เพราะ “ทั้งกลุ่ม QSR”
ถูกมองใหม่ว่า เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคหลังโควิด
คนไม่อยากนั่งร้านนาน
ไม่อยากแตะโต๊ะใคร
และมีแรงฟื้นจากคนที่ “อยากใช้เงินหลังถูกกักตัว”
.
ลองดูตัวเลขกำไร:
📌 McDonald
2019: $6.03B
2020: $4.73B
2021: $7.55B → โต +59%
📌 Chipotle
2019: $350M
2020: $355M
2021: $652M → โต +83%
📌 Domino
2019: $400M
2020: $491M
2021: $510M → โต +3%
(เพราะฐานปี 2020 สูงกว่าคนอื่นมาก — COVID ทำให้พิซซ่าส่งถึงบ้านง่ายกว่า?)
.
ที่สำคัญคือ
หุ้นพวกนี้ทำ New High ก่อน Index
เพราะ “ทั้งกลุ่ม QSR”
ถูก Re-rate PE ใหม่ว่าเหมาะกับชีวิตแบบ New Normal
และ “กำไรที่ฟื้นพร้อมกัน”
ก็เป็นตัวสนับสนุน Narrative นี้ได้อย่างชัดเจน
.
นี่คือ Momentum ที่มาจาก “ภาพใหญ่ของทั้งกลุ่ม”
ซึ่งเราในฐานะ Momentum Trader ต้องมองหาให้เจอ
.
เพราะสุดท้ายแล้ว
มันไม่เกี่ยวเลยว่า SET จะลงไปขนาดไหน
หรือขึ้นมาเท่าไหร่
อีกสาเหตุที่เราไม่โฟกัสว่า Index จะลงไปเท่าไหร่
เพราะ…
เรา “ควบคุม Index ไม่ได้”
แต่เรา “ควบคุมจังหวะของตัวเอง” ได้
.
ทุกครั้งที่ตลาดผันผวน
สิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ คือภาพใหญ่
แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ…
“เลือกอยู่ในจังหวะที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุด (Entry point ที่มี Risk/Reward Ratio เพียงพอ) เท่าที่ตลาดมีให้”
.
ซึ่งบางครั้ง
เราก็ต้องกล้า “ไม่ทำอะไรเลย”
และทนถือเงินสดไว้
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะ…
“เราต้องเชื่อในกลยุทธ์ของตัวเอง”
.
เหมือนที่เคยถามไว้ในโพสต์ก่อนว่า
ถ้าพรุ่งนี้ SET ร่วงอีก -10 จุด
คุณมีแผนไว้แล้วหรือยัง?
หรือจะต้องรอให้ใครสักคนมาบอกว่า…
“นี่แหละ ถึงเวลาแล้ว”
.
สำหรับผม
จังหวะการซื้อหุ้นที่ดี
ไม่ใช่แค่ราคาถูก (ไม่ว่าจะในเชิง Price หรือ Value)
หรือแค่มี Setup สวย ๆ
แต่ต้องมี Momentum ที่มีแรงหนุนจากทั้งกลุ่ม
.
เพราะถ้ากำไรของบริษัทหลาย ๆ ตัว
มาพร้อมกันทั้ง Sector
นั่นแปลว่าอุตสาหกรรมหรือธุรกิจนั้น
อยู่ในจุดได้เปรียบจริง
.
ต่อให้มันเป็นโอกาสแบบชั่วคราว
ตลาดก็มัก Re-rate ให้ PE สูงขึ้นตาม
ส่งผลให้ Momentum วิ่งต่อได้แรงและไกล
.
แต่ถ้าหุ้นดีอยู่ตัวเดียวในกลุ่ม
มันอาจไม่ได้หมายถึงภาพบวกของทั้งอุตสาหกรรม
แต่มันอาจหมายถึง…
การแข่งขันใน Red Ocean
ตัวเดียวที่โต
เพราะมันแย่งส่วนแบ่งจากตัวอื่นได้ แค่นั้นเอง
.
📣
ใครมีวิธีหรือประสบการณ์
ในการดู Momentum หรือ Sector Rotation ในแบบของตัวเองบ้าง?
มาแชร์กันได้นะครับ
เผื่อจะได้มุมมองใหม่ ๆ
เพื่อพัฒนาการดู Sector Rotation ให้แหลมคมยิ่งขึ้นครับ
