ถ้านับจากhighล่าสุดในเดือนตุลาคมปี2024ที่1506.82 ถึงตอนนี้ SETปรับตัวลงมาแล้ว300กว่าจุด แต่ถ้ามองภาพย้อนไปไกลกว่านั้น เราจะเห็นว่าSETเป็นขาลงมานานหลายปีแล้ว เพียงแต่ปีนี้ลงแรงและไม่มีหุ้นนำตลาดที่มีสภาพคล่องและวิ่งได้แรงพอจะเป็นหลุมหลบภัยเหมือนปีที่ผ่านๆมา ดูได้จาก 5 อันดับ YTD performanceของปีนี้
1.M-PAT +104%
2.PIS +85%
3.CIMBT +55%
4.MORE +50%
5.PTECH +42%
จะเห็นได้ว่า 5 อันดับแรกเป็นหุ้นที่สภาพคล่องต่ำหรือเป็นการเด้งขึ้นมาจากlow ต่างจากปีก่อนๆที่ leader มีการสร้างฐาน และมีstoryการเติบโตsupport
ทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะหลบเลี่ยงความเสียหายของportคือการถือเงินสด ซึ่งผมคิดว่านักลงทุนส่วนใหญ่ถ้าไม่เป็นมือใหม่น่าจะสามารถเปลี่ยนหุ้นมาเป็นเงินสดได้จากการที่มี stop loss backstop และจากการที่หุ้นหลุดtrendline
แต่ความเสียหายที่มักจะเกิดขึ้นคือ การที่เรากลัวที่จะตกรถ ทำให้เข้าไปซื้อหุ้นที่เด้งขึ้นในระหว่างที่ตลาดเป็นขาลง ทำให้portค่อยๆโดนกัดกินจากการโดนstop lossหลายครั้งติดๆกัน
ดังนั้นเราต้องสร้างกฎและปรับวิธีการเทรดเพื่อที่จะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ โดยมีข้อแนะนำเบื้องต้นคือ
1.ลดSetup ลดtimeframe ลดกลยุทธ ลดproduct
รูปแบบsetupที่มีมากเกินไป การเทรดในหลายtimeframeและมีหลายกลยุทธ เช่น มีทั้งday trade swing trade run trend มีการเทรดทั้งในหุ้นและfutures พวกนี้ทำให้มีปริมาณการเทรดมากเกินไป เราจะอยู่ในสถานการณ์ที่มีproductมาล่อให้เราซื้ออยู่ตลอดเวลา
เลือกให้เหลือเพียง 1 product 1 timeframe 1กลยุทธ จะช่วยให้เราไม่ไปเผลอซื้อในช่วงที่ไม่ควรซื้อ
2.เลือกproduct และ setup ที่มีค่าexpectancyเป็นpositive
เช็คผลการเทรดว่าใน 10 เทรดหลังสุดของเราหุ้นวิ่งไปได้ไกลขนาดไหน เราสามารถปรับstoplossให้สมดุลกับการวิ่งของหุ้นได้หรือไม่
เราต้องการ risk reward ratio ขั้นต่ำ 1:2 นั้นหมายตวามว่าเราต้องการ win rate 33.33% เพื่อที่จะbreakeven ถ้า10เทรดหลังสุดของเราไม่สามารถปรับstoploss เพื่อสมดุลRRRได้ให้พักการเทรด
ถ้าต้องการทดลองซื้อให้ให้position sizeที่ต่ำมากๆ
3.สร้างความชัดเจนให้market breadth
MBจะเป็นตัวบอกว่าเราสามารถซื้อหุ้นได้หรือไม่ เราต้องสร้างความชัดเจนให้MBว่าเราจะเลือกใช้ตัวไหน ถ้าเราดูMBหลายค่ามากเกินไปจะทำให้เราสับสน และอาจทำให้เราเข้าซื้อโดยไม่มีหลักการรองรับ
ภาวะตลาดแบบนี้เหมือนเป็นเรื่องดีในเรื่องร้ายคือ เราสามารถทำข้อมูลMB เพื่อที่ในตลาดขาลงรอบต่อๆไปเราจะสามารถรักษาportของเราไม่ให้เสียหายได้
4.สร้างระบบscoreเพื่อselective buy
เราต้องสร้างระบบscoreเพื่อที่จะคัดกรองหุ้นที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา ระบบscoreอาจประกอบทั้งfundamentalและtechnical การที่เราสร้างระบบscoreจะทำให้เราเห็นลักษณะหุ้นที่เป็นbig winnerชัดเจนขึ้น และถ้าเราทำมันอย่างเป็นระบบและconsevativeเพียงพอเราจะพบว่า หุ้นที่เป็นbig winnerจะมีscoreที่สูงกว่าหุ้นที่เป็นleaderทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เราอาจพิจารณาซื้อหุ้นที่มีscoreสูงโดยไม่สนMB เพราะbig winnerจะวิ่งขึ้นก่อนที่ตลาดจะกลับตัว และมีความทนทานกับการปรับตัวลงของตลาด
แต่ต้องย้ำอีกทีว่า ระบบscoreของคุณต้องมีความละเอียดและมีความconservativeเพียงพอที่จะทำให้มีหุ้นส่วนน้อยที่จะได้scoreสูง ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่าเราเพิ่มปริมาณการเทรดโดยเปล่าประโยชน์
4ข้อนี้คือข้อแนะนำเบื้องต้นที่จะทำให้เราปรับปรุงวิธีการเทรดและรักษาportไม่ให้เสียหายมาในตลาดขาลงครับ
