#39 วิกฤตสอนอะไรผมบ้าง? บทเรียนจาก Subprime ถึง COVID ที่ผมจะพลาดซ้ำอีก

Inspired? Share the vibe!

“สงครามภาษีรอบนี้จะจบตรงไหน ไม่มีใครรู้”

แม้สถานการณ์ตอนนี้อาจยังไม่รุนแรงเท่า Subprime หรือ COVID แต่ถ้าเราตั้งรับไม่ดี… รู้ตัวอีกทีพอร์ตอาจ -50% แล้ว

และนี่คือสิ่งที่ผมเรียนรู้จากการเจอวิกฤติ 2 ครั้งใหญ่


1. ต้องแยกแผน “ตั้งรับ” กับ “บุก” ให้ชัด

ตอน Subprime ผมไม่มีแผนตั้งรับเลย สิ่งเดียวที่ทำคือ “สลับหุ้นไปหาหุ้นที่ดู undervalue” ซึ่งฟังดูมีหลักการ แต่จริงๆ แล้วคือการเปิดเกมรุกตลอดเวลา

ผลคือพอร์ต drawdown ลึกมาก จนไม่กล้าเปิดดู โชคดีที่ตอนนั้นพอร์ตยังเล็ก และไทยยังอยู่ในภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตทั้งตลาด เลยรอดมาได้

บทเรียน: ถ้าไม่แยกแผนให้ชัด เราจะเล่นแบบรุกๆ รับๆ สุดท้ายพอร์ตจะพัง


2. Market Breadth และผลการเทรด เป็นสัญญาณเตือนที่ดีที่สุด

ตอนตลาดขึ้น แต่ Breadth แย่ หรือ MFE ต่ำกว่าปกติ ต้องระวัง!

ผมจะลด exposure และเปลี่ยนมาเล่นshort-termแทน แม้ว่า Index จะดูดีแค่ไหนก็ตาม เพราะ “ไส้ใน” มันไม่โกหกเรา

การเล่น short-term ทำให้เห็น traction ของตลาด ช่วยให้เราวางแผนได้ง่ายขึ้นว่าจะเปลี่ยนไปถือยาวขึ้นได้มั้ย และช่วยให้portเราไม่สวิงมาก

ตอน COVID ผมมีแผนตั้งรับดีขึ้น แต่ก็ยังโดนอยู่ เพราะก่อนวิกฤติ SET ดูเหมือนจะไปต่อ แต่หุ้นที่ break 52WH กลับลดลงเรื่อยๆ นั่นคือสัญญาณเตือนชัดเจนที่ผมมองข้าม

บทเรียน: Index อาจดูดี แต่ถ้าไส้ในไม่ดี โอกาสจะโดนกระชากแรงๆ มีสูงมาก


3. Fundamental ไม่ได้ช่วยอะไรในช่วงตลาดลง

หุ้นดีๆ อย่าง SPALI ตอน Subprime ลงจน yield 20% แต่ราคาก็ยังลงต่อ

และที่สำคัญคือ “วิกฤติมักเปลี่ยน landscape ธุรกิจ” หุ้นที่เคยเติบโตดี อาจไม่กลับมาอีก อย่างร้านอุปกรณ์ IT หลัง COVID ก็โตช้าลงมาก

บทเรียน: ยึดติดกัน fundamental แบบย้อนหลังยิ่งเสี่ยง ถ้าไพ่เปิดมาว่าหลังวิกฤติบริบทของธุรกิจเปลี่ยน ที่เราถือมาจะเปลี่ยนจากลงชั่วคราวเป็นลงถาวร


4. สำหรับ Momentum Trader — MA20 คือเส้นตัดสินใจ

การใช้ MA200 เหมือนเห็นรถวิ่งมาชน แต่เรายังไม่ยอมหลบ เพราะกลัวเสียของ

ผมเคยใช้ MA200 เพราะไม่อยากสลับหุ้นบ่อย แต่มารู้ทีหลังว่าถ้าหุ้นหลุด MA20 แล้ว momentum มันก็หายแล้ว อย่าไปยื้อเลย

บทเรียน: เลือกMAให้เหมาะสมกับกลยุทธและbusiness model หุ้นไทยชอบดีเป็นรอบๆ ไม่ค่อยดีถาวร ในตลาดหุ้นไทย MA20/50 ช่วยให้เราเก็บกำไรได้มากกว่าMA200


5. อย่ากลับเข้า position เร็วเกินไป

การขาดทุนจากตลาดขาลงมี 2 แบบ:

  • ไม่ยอมขาย
  • ขายแล้วรีบกลับเข้าไปเร็วเกินไป

ตลาดขาลงมักมี “แรงเด้ง” แรงมากจนทำให้เรารู้สึกว่าตกรถ ทั้งที่จริงๆ แล้วมันแค่เด้งเพื่อหลอกให้เรากลับเข้าไป

วิธีแก้: กลับไปดู Market Breadth และเริ่มด้วย position size เล็กๆ ก่อน แล้วค่อยๆ scale up ทีละนิด อย่ากลัวตกรถ เพราะรถมันจะวนรับเราอีกรอบเสมอ — ถ้าเรารอเป็น


6. หุ้นนำตลาด (Leader) ต้องอยู่ด้านบน ไม่ใช่ก้นเหว

Leader ที่แท้จริงต้องแข็งแกร่งและพยายามยืนอยู่ใกล้ 52WH

ตอน COVID ผมพลาดเพราะเลือกหุ้นโซนล่างด้วยความหวังว่า “มันน่าจะกลับมา” แต่กลับมองข้าม SFLEX ที่เพิ่งเข้าใหม่และแข็งแรงมากในช่วง SET ดิ่งเหว

บทเรียน: Momentum อยู่ตรงไหน เม็ดเงินก็อยู่ตรงนั้น อย่าไปหา Value ในนรก


7. ใจเย็น ค่อยๆ ไป อย่ามองข้ามระบบของตัวเอง

อย่าไปหลงกลยุทธ์คนอื่นจนหลุดจากจังหวะของตัวเอง

โฟกัสแค่ผลการเทรดของเราก็พอ ดูว่าหุ้นที่เราลอง pilot ไป ยืนอยู่ได้ไหม วิ่งได้ไกลแค่ไหน แล้วค่อยๆ เพิ่ม position size ตาม


“เราควบคุมตลาดไม่ได้ แต่เราควบคุมตัวเองได้”

อย่าหวังหาทางลัด อย่ากลัวว่าตัวเองจะตกรถ และอย่าลืมว่า

“สัญญาณที่ดีที่สุด…คือผลการเทรดของเราเอง”

ถ้ามันไม่ดี — ไม่ต้องหาเหตุผล แค่ลดความเสี่ยงลงก่อน

แล้วค่อยว่ากันใหม่…เมื่อตลาดเริ่มกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง