#18 Volume and Float

Inspired? Share the vibe!

สัญญาณที่เห็นได้ง่ายที่สุดในการมองหาหุ้นที่กำลังจะขึ้นก็คือ
1. แท่งเทียนราคา
2. แท่งปริมาณการซื้อขาย

หุ้นจะขึ้นได้แท่งเทียนราคาต้องขี้นมาอย่างแข็งแกร่ง และตามด้วยvolumeการซื้อขายมหาศาล เพราะ volume การซื้อขายเป็นตัวยืนยันว่ามี demand ในหุ้นตัวนี้จริง

ปัญหาคือเราจะรู้ได้ยังไงว่า volume ขนาดไหนถึงเรียกว่าน่าสนใจ

นั่นทำให้เรามีสิ่งที่ต้องเข้าใจร่วมกันเรียกว่า float

Float ตัวนี้ไม่ใช่ free float ที่บอกสภาพคล่องของหุ้น
Float หมายถึงปริมาณ volume ในแท่งนั้นๆเมื่อเทียบกับปริมาณ volume สูงสุดในรอบ 200 วัน

เช่น volume สูงสุดในรอบ 200 วัน = 1 ล้าน volume วันนี้ = 5 แสน
แปลว่าแท่งวันนี้มี float = 50%

Float เป็นสัญญาณบอกว่าหุ้นตัวนั้นมีความต้องการขนาดไหน ยิ่ง float สูงยิ่งมีความต้องการมาก

เราต้องมองหาหุ้นที่มี float ระดับ 100% ขึ้นไปเพื่อเอามาอยู่ใน watchlist ของเรา

Float และ Overhead supply มีความสัมพันธ์ต่อกันคือ

ถ้า volume ในรอบ 200 วัน (52สัปดาห์) แห้งมากและเกิด float ระดับ 100% นั่นหมายถึงว่า Overhead supply ในรอบ 200 วันนั้นแทบไม่มีแล้ว

และ volume ที่เข้ามาจะเป็นตัวจุดระเบิดราคาหุ้น

จะเห็นได้ว่า Float ระดับ 100 เป็นตัวทำให้เราเห็นสัญญาณว่า IMH เข้าข่ายหุ้นที่จะวิ่งแรง

ดังนั้นเราต้องจับ IMH เข้ามาใน watchlist เพื่อรอเข้าซื้อหลังหุ้นพักตัว

บางคนอาจจะมีคำถามว่า ทำไมเราถึงไม่ซื้อหุ้นก่อนที่จะมีfloatระดับ100%+

จริงๆเรื่องนี้ก็อาจจะทำได้ถ้าคุณมีความเข้าใจในstageต่างๆของหุ้นแล้ว float ระดับ 30% หรือ 50% ในบางบริบทก็อาจเป็นสัญญาณที่ทำให้เราเข้าไปติดตามได้

เช่น เกิด float 30% หลังจากที่เกิด float 100% และวิ่งมาซักพักแล้ว

แต่ในขั้นเริ่มต้น float ระดับ 100%+ เป็นสัญญาณที่ชัดที่สุด เข้าใจง่ายที่สุดที่จะทำให้เราได้เห็น winner stock เพราะการเกิด float100% หมายถึงในรอบ 200 วันที่ผ่านมาไม่มีใครสนใจหุ้นตัวนี้เลย

การถูกจุดพลุขึ้นมาด้วย float100% จึงเป็นจุดที่บอกว่าหุ้นตัวนี้กำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

ที่สำคัญก็คือ ยิ่งfloatสูงเท่าไหร่การพักตัวของหุ้นที่ตามมาก็มักจะสั้นขึ้นเท่านั้น นั่นทำให้เราไม่ต้องใช้พลังงานในการติดตามมาก

Watchlist ที่มีแต่หุ้น float100%+จะเป็น watchlist ที่มีคุณภาพมาก เพราะทุกตัวพร้อมที่จะขึ้น ทำให้เรามีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นตามไปด้วย