ช่วงนี้เป็นช่วงที่แต่ละบริษัทกำลังประกาศงบไตรมาส 3 ซึ่งทุกครั้งที่ประกาศงบก็จะมีเรื่องงบดีแต่หุ้นลงมาให้คนถกเถียงกันทุกไตรมาส
เพราะจะมีคนมาเจาะว่าถึงแม้รายได้จะโต กำไรโต แต่ไส่ในของบริษัทไม่ได้ดีแบบที่คิด ต้องไปดูหมายเหตุงบหน้า 200 บรรทัดที่ 14 มีบอกเอาไว้
หรืออาจมีคนมาบอกว่า ธุรกิจแบบนี้ดูแค่งบกำไรขาดทุนไม่ได้ ต้องดูงบดุล ดูพอร์ตลูกหนี้
และถ้ามาแบบยากสุดคือบอกว่าเราจะหาแค่งบโตไม่ได้ เราต้องหางบโตที่มากกว่าความคาดหวังของนักลงทุนด้วย โดยเราต้องหางบที่โตกว่าบทวิเคราะห์ที่ออกมาก่อนหน้า
ซึ่งในการทำงานจริงๆ ใครมันจะมีบทวิเคราะห์ของทุกสำนัก (จริงๆก็มีแหละ แต่ผมคิดว่าต้องใช้ทรัพยากรสูงในการได้มา)
จะดีกว่ามั้ยถ้าเราสามารถจ้างใครซักคนอ่านงบได้ เพื่อที่เราจะเข้าใจได้ว่างบที่ออกมาเป็นงบที่ตลาดพอใจ
ซึ่งคนที่รับจ้างอ่านงบของทุกบริษัทและวิเคราะทำให้เราก็คือตัวดลาดนั่นเอง
ตลาดจะแสดงให้เราเห็นว่างบที่ออกมาดีขนาดไหนผ่านความแข็งแกร่งของราคาหุ้น และปริมาณการซื้อขาย ยิ่งหุ้นมีความแข็งแกร่งสูงและมีปริมาณการซื้อขายสูง ยิ่งแปลว่าตลาดมีความเห็นด้วยว่างบที่ออกมาดี
โดยตลาดจะเก็บค่าอ่านงบเป็นราคาส่วนต่างของราคาหุ้นจากฐานราคาด้านล่าง หมายความว่าถ้าคุณจ้างตลาดอ่านงบจะไม่มีวันที่คุณได้ซื้อหุ้นที่อยู่ใน zone ล่าง แต่ก็แลกกับการที่คุณได้ซื้อหุ้นที่ถูกคัดกรองมาแล้วว่าดี
แน่นอนว่าบางครั้งเราอาจต้องเสียค่าจ้างอ่านงบในราคาแพง เพราะหุ้นอาจวิ่งขึ้นจาก low ไป 50-100% แต่การขึ้นมาในระดับนั้นยิ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดมองงบที่ออกมาดีขนาดไหน
แล้วมีบ้างมั้ยที่ตลาดอ่านงบผิด คือวิ่งขึ้นมาแล้วไม่ไปต่อ หรือวิ่งขึ้นมาแล้วหักหัวลง แน่นอนว่าต้องมีกรณีแบบนี้ แต่คุณสามารถทำประกันความเสียหายด้วย Stop Loss และป้องกันการถือหุ้นผิดตัวด้วย Time Stop
การมีStop Loss และ Time Stop จะทำให้สุดท้ายคุณจะหาหุ้นที่พร้อมจะวิ่งต่อ
การเลือกหุ้นเหมือนการเลือกซื้อนักฟุตบอล บางสโมสรอาจเลือกคนที่ดูสถิติดีแต่ราคาถูก ซึ่งก็ต้องมาวัดเอาหน้างานว่าจะดีอย่างที่คิดมั้ย หรือ ถ้าดีกว่าที่คิดก็จะกำไรมาก ถ้ายกตัวอย่างเร็วๆนี้ก็คือ dominik
szoboszlai ของ liverpool
บางสโมสรอาจเลือกที่จะจ่ายแพงเพื่อซื้อนักเตะที่พิสุจน์มาแล้วว่าดีเยี่ยมอย่าง jude bellingham ของ real madrid
การจ้างตลาดอ่านงบเหมือนการที่เราเลือกแล้วที่จะใช้กลยุทธซื้อเฉพาะหุ้นที่ตลาดเห็นว่าสุดยอดแล้วเท่านั้น
